|
|||||
|
|
|
| ||||||||
19 มกราคม 2553
เรียนรู้เพื่อตั้งรับโรคภัย เทรนด์ใหม่ของการดูแลสุขภาพPost Today - ช่วงหลายปีหลังๆ นี้ ใครๆ ต่างพากันพูดกันถึงเรื่องของ สุขภาพ โดยเฉพาะโรคหวัด ที่อาจมีหวัด 2010 อุบัติขึ้นได้ทุกเมื่อ
...
พร้อมทั้งโรคอื่นๆ ที่กลับมาอุบัติใหม่อีกหลากหลาย ต้องเตรียมสุขภาพตั้งรับกันให้ดี ทั้งในด้านอาหารการกิน ยาบำรุง การออกกำลังกาย การนวดผ่อนคลาย สปาเพื่อสุขภาพ การดูแลรักษาโรคต่างๆ ด้วยการแพทย์ทางเลือก รวมทั้งการดูแลให้เกิดความงามจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งเป็นการตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นแบบ ใส่ใจสุขภาพ กันมากขึ้น
กระแสของโรคต่างๆ นำมาซึ่งกระแสการรักษาสุขภาพในหลากหลายแบบ โดยในปัจจุบันการแพทย์ทางเลือก อย่างการรับประทานสมุนไพรไทย บำรุงสุขภาพ การแพทย์ตามแนวเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ต้นตำรับ Anti-Aging จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมุ่งเน้นหลักในการดำเนินชีวิตเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นระบบการป้องกันตั้งรับมากกว่าการแก้ไขรักษา อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่แข็งแรง ดังพุทธพจน์ที่ว่า อโรคยา ปรมลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ โรคยอดฮิตของคนทำงาน โรคยอดฮิตของหนุ่มสาวออฟฟิศที่หนีไม่พ้นคงจะเป็นอาการปวดนานาชนิด อาทิ อาการปวดหลัง ปวดบ่า ปวดไหล่ และบางคนรุกหนักมาถึงอาการปวดขา นอกจากนี้ยังมีอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งเป็นผลสำคัญมาจากลักษณะการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป และไม่มีการเปลี่ยนอิริยาบถในแต่ละช่วงเวลา การยกของหนักด้วยท่าที่ไม่ถูกต้อง ความเครียดจากการทำงาน ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้เป็นที่รู้จักอย่างดีในนามของโรคออฟฟิศซินโดรม วัย ไม่ใช่สิ่งบ่งชี้ภาวะที่เกิดโรค หากแต่เป็นพฤติกรรมที่ขาดความสมดุล ที่เป็นแรงเสริมที่ทำให้เกิดโรคได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งหากปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยไปโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หรือเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม อาการของโรคอาจรุนแรงมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นภาวะกระดูกเสื่อม หรือภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ เคล็ดลับง่ายๆ ของการป้องกัน คือ การเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1-2 ชั่วโมง การจัดร่างกายให้อยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายที่ถูกวิธีและเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายบริเวณหน้าอก หลัง ไหล่ ขา และทุกๆ ส่วนของร่างกาย โรคร้ายที่เริ่มคุกคามตั้งแต่ วัยเด็ก ไม่ใช่เพียงแค่หนุ่มสาวออฟฟิศ หรือวัยชราเท่านั้นที่ประสบความเสี่ยงต่ออาการที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง โรคดังกล่าวยังได้คุกคามต่อวัยเด็กอีกด้วย พฤติกรรมเสี่ยงของเด็ก คือ การใช้กระเป๋าที่หนักเกินน้ำหนักตัวถึง 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะการใช้กระเป๋าที่สะพายข้างหลัง ทำให้น้ำหนักของกระเป๋ากดกล้ามเนื้อต้นคอ ไหล่ หลัง และกระดูกสันหลัง และอาจกดทับบริเวณเส้นประสาทได้ คุณพ่อคุณแม่อาจใส่ใจต่อการเลือกกระเป๋านักเรียนที่เหมาะสมกับเด็ก ตลอดจนการเลือกสายที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 6 ซม.ขึ้นไป เพราะสายขนาดเล็กจะกดทับบริเวณไหล่ และอาจกดลึกจนมีผลต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทในที่สุด ก้นกระเป๋าต้องไม่ต่ำกว่าบั้นเอว ควรแนะนำให้เด็กเดินตัวตรง ไม่เอนตัวไปข้างหน้า หรือเดินหลังค่อม ตลอดจนแนะนำให้สะพายกระเป๋าให้ได้น้ำหนักที่สมดุลทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อไม่ให้เกิดการถ่ายเทน้ำหนักส่วนเกินด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป โรค อ้วน ต้นตอของโรคร้าย โรคอ้วนถือเป็นโรคที่มีความสำคัญต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ นานา ซึ่งเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารอย่างไม่ระมัดระวัง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เกิดจากการนั่งทำงานทั้งวันและไม่ออกกำลังกาย ความอ้วนเป็นเพียงอาการเตือนระยะแรกเท่านั้น ซึ่งอาการเตือนในระยะต่อมาอาจจะเป็นอาการหอบหายใจเมื่อเดินขึ้นบันได 1 ชั้น หรือเดินขึ้นเนิน ซึ่งโรคที่สืบเนื่องจากโรคอ้วน อาทิ โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบตัน โรคคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดสูง โรคเบาหวาน เคล็ดลับ สำคัญในการหลีกเลี่ยงโรคอ้วน คงหนีไม่พ้น การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกินที่จะกลายเป็นไขมันส่วนที่พอกพูนขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจของร่างกาย การเคร่งครัดในการรับประทานอาหาร อาทิ การงดน้ำตาล การงดรับประทานแป้งในมื้อสุดท้ายของวัน การงดเครื่องดื่มที่มีแคลอรี รวมไปถึงการจดบันทึกสิ่งที่รับประทานในแต่ละวันด้วย ข้อสำคัญคืออย่าไว้วางใจ เมตาโบลิซึม (Metabolism) หรือกระบวนการสันดาปของร่างกายมากเกินไป แต่ไว้ใจในพฤติกรรมของตัวเราเองดีที่สุด สำหรับโรคเบาหวานนั้น ไม่จำกัดเฉพาะแค่คนอ้วนเท่านั้นที่เป็นได้ ดังนั้นคนที่ผอมหุ่นเพรียวอย่าชะล่าใจไปจำเป็นต้องจำกัดน้ำตาลให้น้อยลงและให้น้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น อย่าตามใจปากมากเกินไป ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของเหตุสำคัญหลายๆ อย่าง โรค เครียด ฮิตติดกระแส ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้หลายๆ คนคงจะเครียดและคงจะรู้สึกเครียดมากขึ้นไปอีก ถ้ามีคนบอกว่าให้เลิกเครียด ! แต่ความเครียดนำมาซึ่งโรคร้ายหลายๆ โรค เช่นเดียวกับที่ได้กล่าวมาในข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด โรคปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น นอกจากนี้ โรคดังกล่าวยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง เพราะโรคเครียดเป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางด้านความกังวล ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการ วิตกกังวลมากเกินปกติ บางคนมีอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น ตื่นเต้น ตกใจง่าย เหงื่อออกมากผิดปกติ ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก แน่นท้อง ชาตามตัว เป็นต้น อย่าปล่อยให้ความเครียดเกาะกินจิตใจ! ที่สำคัญคือจะต้องแบ่งเวลาออกกำลังกายบ้าง การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนานเกิน 20 นาทีขึ้นไป จะสร้างสารเอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) ทำให้มีความสดชื่นสบายเนื้อสบายตัว ปลอดจากโรคภัยต่างๆ เป็นปลิดทิ้ง แบ่งเวลาตอนเช้าหรือก่อนนอนสักวันละ 10 นาทีในการสวดมนต์หรือนั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง เป็นการปรับจิตใจให้เบาสบายจากความวุ่นวายที่เผชิญมาทั้งวัน หรือแค่เพียงนั่งหลับตานิ่งๆ สักวันละ 10 นาทีก็ช่วยให้คุณรู้สึกว่างและปล่อยวางได้มากขึ้น เพียงทำได้อย่างที่กล่าวมา คุณก็จะใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุขรับศักราชใหม่ได้อย่างสดชื่นแจ่มใส
------------------------------------------------------------------------ New ! เปิดบริการใหม่ Bangkok Post Classified หลากหลายหมวดหมู่ : Job , Tour , Education , Property , Auto , Entertainment , Sale , Services ----------------------------------------------------------- คะแนน: ( สมาร์ท และ สไตล์ )
|
|
หน้าแรก |
เกี่ยวกับเรา |
ค้นหางาน | ฝากประวัติ |
บทความหน้ารู้ |
ติดต่อเรา
Post Publishing PCL | Bangkok Post | Post Today | Guru Bangkok | Student Weekly | Top 9 destinations Copyright © 2007 - JobJob Co.,Ltd. All rights reserved. | Terms and Conditions | Privacy Policy |